สร้างอย่างรวดเร็ว ปรับขนาดอย่างชาญฉลาด ขายให้ลูกค้าระดับองค์กร
ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์แรกไปจนถึงข้อเสนอระดับองค์กรครั้งแรก โปรแกรม Microsoft for Startups พร้อมช่วยให้คุณเตรียมความพร้อมในระดับองค์กร ทั้งด้านการรักษาความปลอดภัย การปฏิบัติตามข้อบังคับ ตลอดจนการเข้าถึงลูกค้าและโอกาสในการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาด
การเริ่มนําไปใช้งานจริง
สตาร์ทอัพของเราได้เข้าไปร่วมงานกับองค์กรที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลกแล้ว
ตั้งแต่ร้านค้าปลีกระดับ Fortune 500 ไปจนถึงบริษัทการบินและอวกาศทั่วโลก สตาร์ทอัพที่สร้างขึ้นด้วย Microsoft ได้ลงชื่อ ปรับใช้ และกําลังทํางานภายในองค์กรที่มีชื่อเสียงที่สุดบางส่วนของโลกแล้ว
ภาพรวม
เส้นทางสู่ความพร้อมระดับองค์กรของคุณ
การขายให้ลูกค้าระดับองค์กรต้องมีมากกว่าแค่ผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม ผู้ซื้อคาดหวังการรักษาความปลอดภัย การปฏิบัติตามข้อบังคับ ความน่าเชื่อถือ และการทำงานร่วมกับระบบเดิมที่ใช้งานอยู่แล้วได้อย่างไร้รอยต่อ โปรแกรม Microsoft for Startups ช่วยให้คุณพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ตามความคาดหวังเหล่านั้น โดยไม่ทำให้กระบวนการทำงานของคุณช้าลง
- ต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่ลูกค้าระดับองค์กรไว้วางใจ เพื่อให้ระบบการรักษาความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อบังคับเป็นรากฐานสำคัญตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในภายหลัง
- ปรับขนาดสู่ตลาดแห่งใหม่ด้วยการสนับสนุนด้านร่วมขาย โปรแกรมสำหรับคู่ค้า และความน่าเชื่อถือที่มาจากการต่อยอดจากระบบคลาวด์ของ Microsoft
- ขายให้ลูกค้าระดับองค์กรอย่างมั่นใจด้วยหลักฐานความสำเร็จ เอกสารรับรองการปฏิบัติตามข้อบังคับ และการสนับสนุนด้านร่วมขาย ที่ช่วยลดระยะเวลาในการปิดการขายใหญ่ครั้งแรกของคุณ
ความพร้อมในอุตสาหกรรม
สร้างสรรค์โซลูชันที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรในทุกอุตสาหกรรม
ตั้งแต่การรักษาความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อบังคับไปจนถึงการรวมระบบและการปรับใช้งาน โปรแกรม Microsoft for Startups ช่วยให้คุณตอบสนองความคาดหวังระดับองค์กรได้ในทุกอุตสาหกรรม
- แม้ผู้ซื้อโซลูชัน AI จะประทับใจกับการสาธิตการใช้งาน แต่การเริ่มนำไปใช้ในระดับองค์กรขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณในการจัดการความเสี่ยง ข้อมูล และการกำกับดูแล ข้อสงสัยเกี่ยวกับการกํากับดูแล สายข้อมูล พฤติกรรมของโมเดล และการควบคุมความเสี่ยง จะกลายเป็นประเด็นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว การต่อยอดจาก Azure ช่วยให้องค์กรสอดคล้องกับข้อบังคับ GDPR, DPIA, กรอบการบริหารจัดการความเสี่ยงด้าน AI ของ NIST, SOC 2 และ ISO 27001 ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การรองรับความสามารถในการตรวจสอบโมเดล, การควบคุม AI ที่รับผิดชอบ และข้อมูลประจำตัวระดับองค์กร ช่วยให้ทีมงานมีรากฐานที่มั่นคงในการสร้างความไว้วางใจได้ตั้งแต่วันแรก
- AI ระดับองค์กรไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่โมเดลเท่านั้น แต่ต้องสามารถทำงานได้อย่างเสถียร ครอบคลุมทุกระบบ ผู้ใช้ และสภาพแวดล้อม ทันทีที่มีการนำโซลูชันไปใช้งานจริง มักจะเกิดความคาดหวังตามมาในทันที ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดรุ่นโมเดล การติดตามตรวจสอบการเบี่ยงเบน การรวมระบบกับแพลตฟอร์มข้อมูลระดับองค์กร และลำดับงานแบบเอเจนต์ที่ช่วยประสานการดำเนินการระหว่าง CRM, ERP รวมถึงระบบภายในอื่นๆ ระบบซึ่งต่อยอดจาก Azure ช่วยให้ทีมงานสามารถรองรับการติดตามสายข้อมูลของโมเดล, โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการทดสอบเปรียบเทียบ และการติดตามตรวจสอบประสิทธิภาพในเวลาจริง เพื่อตรวจจับได้ทันทีเมื่อโมเดลทำงานผิดไปจากที่คาดการณ์ไว้ การรวมระบบกับแพลตฟอร์ม ML ระดับองค์กรอย่าง Databricks และ Snowflake รวมถึงการรองรับการปรับใช้งานแบบหลายภูมิภาคและความสามารถในการย้อนกลับไปใช้ระบบก่อนหน้า ช่วยให้สตาร์ทอัพมีเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงานด้าน AI ในระดับขนาดและความน่าเชื่อถือที่สภาพแวดล้อมระดับองค์กรต้องการ
- สตาร์ทอัพ AI ที่เติบโตเร็วที่สุดไม่ได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมาใหม่ แต่ต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ Azure ให้บริการโมเดลสำเร็จรูปสำหรับการประมวลผลภาพ การประมวลผลภาษา และการคาดการณ์ พร้อมทั้ง Azure OpenAI Service เพื่อการรวมระบบ LLM ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ทีมงานสามารถสร้างต้นแบบและปรับใช้จริงได้โดยไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ ฐานข้อมูลเวกเตอร์, ความสามารถด้าน RAG และ API ระดับองค์กร ช่วยให้สตาร์ทอัพมีรากฐานที่มั่นคงในการมุ่งเน้นไปยังการสร้างความแตกต่าง แทนที่จะต้องเสียเวลาสร้างบริการ AI พื้นฐานขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้น สตาร์ทอัพสามารถเปิดตัวฟีเจอร์ใช้งานจริงได้เร็วขึ้น ทดสอบไอเดียกับลูกค้าจริงได้ไวขึ้น และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ตอบโจทย์ลูกค้าระดับองค์กร
- สตาร์ทอัพในระบบนิเวศของโปรแกรม Microsoft for Startups สามารถปิดการขายกับบริษัทในระดับ Fortune 500 ได้ด้วยความเร็วที่ไม่เคยมีมาก่อน ปัจจุบัน Replit ขับเคลื่อนทีมพัฒนาใน 85% ของบริษัทระดับ Fortune 500 Typeface คว้าลูกค้ารายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft, ASICS, Marks & Spencer และ Johnson Controls Anyscale ช่วยให้ Canva ลดต้นทุนด้าน AI ลงได้ถึง 50% พร้อมทั้งเร่งความเร็วในการฝึกโมเดลเพิ่มขึ้น 12 เท่าในตัวอย่างการจัดประเภทรูปภาพ Axios รายงานว่า Maven AGI สามารถสร้างรายได้ประจำต่อปีเติบโตขึ้นจากศูนย์สู่ USD$7 ล้านได้ภายในเวลาไม่ถึง 12 เดือน อีกทั้งบริษัทยังรายงานอัตราการต่อสัญญาของลูกค้าสูงขึ้นถึง 100% โดยมีลูกค้าระดับองค์กรชั้นนำต่างๆ เช่น Tripadvisor, SS&C Technologies และ ClickUp ลูกค้าของ Faros AI ประกอบด้วย Autodesk, Coursera, SmartBear และ Vimeo โดยมีการวิเคราะห์ข้อมูลทางวิศวกรรมจากการวัดและส่งข้อมูลทางไกลจากวิศวกรกว่า 22,000 คน ครอบคลุมทีมงานมากกว่า 4,000 ทีม Moderne สามารถขยายฐานลูกค้าได้มากถึง 250% ในปี 2024 โดยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ารายใหญ่ เช่น Allstate, Walmart รวมถึงธนาคารชั้นนำในอเมริกาเหนืออีกห้าแห่ง โหมดเอเจนต์ของ GitHub Copilot ยังใช้งาน OpenRewrite ของ Moderne เพื่อดำเนินการปรับปรุงระบบให้ทันสมัยอีกด้วย
- ในแวดวงการดูแลสุขภาพ การสาธิตที่ยอดเยี่ยมย่อมดึงดูดความสนใจได้เสมอ การปฏิบัติตามข้อบังคับ การรวมระบบลำดับงาน และการรักษาความปลอดภัยคือปัจจัยตัดสินในการปิดการขายลูกค้าระดับองค์กร การต่อยอดจาก Azure ช่วยให้สตาร์ทอัพได้เปรียบอย่างมาก โดยช่วยให้โซลูชันของคุณตรงตามมาตรฐาน HIPAA และ GDPR นอกจากนี้ Azure Health Data Services ยังช่วยให้ทีมทำงานกับข้อมูล FHIR, DICOM และ MedTech ได้อย่างสะดวกผ่าน API ที่เป็นมาตรฐาน ทำให้การเชื่อมต่อกับ EHR รวมถึงการทำงานร่วมกับระบบและลำดับงานที่มีอยู่เดิมเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น ความพร้อมดังกล่าวคือรากฐานสำคัญสำหรับการเติบโตในระยะยาว
- อย่าสร้างโซลูชันแยกขึ้นมาอีกรายการ โดยที่ไม่ได้เชื่อมต่อเข้ากับลำดับงานทางการแพทย์ ต่อยอดจากระบบที่ธุรกิจการดูแลสุขภาพเลือกใช้ ทำงานร่วมกับ Dragon Copilot เพื่อนำขีดความสามารถอันโดดเด่นของคุณมาสู่ระบบเอกสารทางการแพทย์ การรับผู้ป่วย การประสานงานดูแล การขออนุมัติล่วงหน้า วงจรรายได้ และระบบสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิกได้โดยตรง โดยไม่เพิ่มภาระให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องเรียนรู้การใช้งานเครื่องมือใหม่เพิ่มเติมอีกรายการ ใช้งาน Azure Health Data Services เป็นโครงข่ายหลักตามมาตรฐานสำหรับข้อมูล FHIR, DICOM และ MedTech เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของคุณสามารถเชื่อมต่อกับ EHR และระบบทางคลินิกต่างๆ ได้ พร้อมทั้งตอบสนองความต้องการระดับองค์กรด้านความสามารถในการทำงานร่วมกัน การกำกับดูแล และการปรับขนาด จากนั้นใช้ Azure AI Foundry ในการเลือกและประเมินโมเดล, สร้างและประสานการทำงานของเอเจนต์, อ้างอิงประสบการณ์ใช้งานด้วยข้อมูลด้านการดูแลสุขภาพ รวมถึงเพิ่มระบบการควบคุมและการติดตามตรวจสอบ AI ที่รับผิดชอบที่ลูกค้าคาดหวัง ผลลัพธ์ที่ได้คือ คุณสามารถลดเวลาในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมาใหม่ในสิ่งที่ Microsoft มีให้อยู่แล้ว และทุ่มเทเวลาให้กับการสร้างสรรค์ประสบการณ์แปลกใหม่ที่มีเพียงสตาร์ทอัพของคุณเท่านั้นที่ทำได้ พร้อมทั้งมีเรื่องราวที่ดึงดูดผู้ซื้อได้ดีขึ้น และช่วยเร่งระยะเวลาตั้งแต่การทดลองใช้ไปจนถึงการใช้งานจริงในระดับองค์กรให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและชีววิทยาศาสตร์ไม่ได้หยุดอยู่เพียงจุดใดจุดหนึ่งในห่วงโซ่คุณค่า และความทะเยอทะยานของคุณก็ไม่ควรหยุดอยู่เพียงแค่นั้นเช่นกัน เริ่มต้นด้วย Microsoft Discovery เพื่อสร้างเอเจนต์ AI เฉพาะทางที่มีความสามารถในการประมวลผลและเชื่อมโยงเหตุผลระหว่างเอกสารทางวิชาการกับข้อมูลวิจัยภายใน เพื่อช่วยให้ทีมงานก้าวจากการระบุเป้าหมายไปสู่การตั้งสมมติฐานที่มีศักยภาพได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ใช้งาน Azure AI Foundry ในการคัดเลือกและประเมินโมเดล ประสานการทำงานของเอเจนต์ อ้างอิงประสบการณ์ใช้งานกับข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และนำการควบคุม AI ที่รับผิดชอบมาใช้ในการพัฒนาตั้งแต่วันแรก เมื่อการรักษาและอุปกรณ์การแพทย์ก้าวเข้าสู่ขั้นตอนการพัฒนาทางคลินิก Azure Health Data Services จะช่วยเชื่อมโยงข้อมูล FHIR, DICOM และ MedTech ครอบคลุมทั้งระบบงานวิจัย การทดลองทางคลินิก และการดูแลรักษาผู้ป่วย โมเดลเฉพาะทางด้านการดูแลสุขภาพ เช่น MedImageParse, MedImageInsight และ CXRReportGen สามารถเร่งกระบวนการทำงานด้านภาพถ่ายทางการแพทย์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ในขณะที่ Dragon Copilot ช่วยสร้างโอกาสในการนำศักยภาพอันโดดเด่นของสตาร์ทอัพ เข้าสู่การทำงานประจำวันของบุคลากรทางการแพทย์ได้โดยตรง ตั้งแต่ขั้นตอนการค้นพบ การทดลอง ไปจนถึงจุดดูแลรักษาผู้ป่วย Microsoft มอบองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้สตาร์ทอัพสามารถเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์อันโดดเด่นให้เป็นโซลูชันที่ขยายผลได้จริง ซึ่งช่วยให้ลูกค้าปรับปรุงผลลัพธ์การรักษาผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้นในท้ายที่สุด
- สตาร์ทอัพด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและชีววิทยาศาสตร์กำลังยกระดับสุขภาพของประชากร การดูแลผู้ป่วย การดำเนินงานด้านการดูแลสุขภาพ และการวิจัยทางคลินิก ด้วยการปรับใช้โซลูชันระดับองค์กร CueZen ร่วมมือกับคณะกรรมการส่งเสริมสุขภาพแห่งชาติสิงคโปร์ ในการให้บริการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเฉพาะบุคคลที่ขับเคลื่อนโดย AI ในระดับประเทศ ระบบ NudgeRank ของบริษัทซึ่งได้รับการประเมินในการศึกษาวิจัยระยะเวลา 12 สัปดาห์ในสิงคโปร์ ช่วยเพิ่มจำนวนก้าวเดินในแต่ละวัน 6.17% และเพิ่มเวลาการออกกำลังกายต่อสัปดาห์ 7.61% ในกลุ่มผู้ที่ได้รับคำแนะนำแบบเฉพาะบุคคล Humata Health ร่วมมือกับระบบสุขภาพขนาดใหญ่ (รวมถึง 3 ใน 5 แห่งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขออนุมัติล่วงหน้าด้วย AI และระบบอัตโนมัติ แพลตฟอร์มของบริษัทปรับกระบวนการตั้งแต่การสั่งซื้อไปจนถึงการส่งคำขอและการติดตามตรวจสอบสถานะให้เป็นระบบอัตโนมัติ โดย Humata รายงานว่าประสิทธิภาพการจัดกลุ่มบริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้น 80%, การตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญในระดับเดียวกันลดลง 60% และมีอัตราการอนุมัติในครั้งแรกสูงถึง 96% Ignite Data ทำข้อตกลงระดับองค์กรร่วมกับ Mayo Clinic สำหรับระบบอัตโนมัติในการวิจัยด้านมะเร็งวิทยาแบบหลายศูนย์วิจัย พร้อมความร่วมมือกับ Memorial Sloan Kettering และ AstraZeneca ที่กำลังปฏิวัติกระบวนการส่งต่อข้อมูลทางคลินิกจาก EHR ไปสู่การวิจัย Raapid ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก M12 (Microsoft Ventures) และ UPMC Enterprises ได้รับสถานะ “ซอฟต์แวร์ที่ผ่านการรับรองจาก Microsoft Healthcare AI” และรายงานผลตอบแทนจากการลงทุน 5 เท่า พร้อมรายได้เพิ่มเติม USD$2,000–USD$4,000 ต่อสมาชิกจากลูกค้าแผนบริการสุขภาพ Ema Unlimited กำลังผสานพนักงาน AI เข้ากับลำดับงานด้านการดูแลสุขภาพของบริษัทระดับ Fortune 1000 เพื่อรองรับการรับผู้ป่วยเข้าใช้บริการและระบบธุรการแบบอัตโนมัติ โดยอ้างว่าสามารถทำให้ลำดับงานเป็นแบบอัตโนมัติได้มากกว่า 70% ตั้งแต่วันแรก สิ่งเหล่านี้คือการนำไปใช้งานจริงในสถาบันการแพทย์และองค์กรด้านการดูแลสุขภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า AI ที่สร้างขึ้นโดยมีการปฏิบัติตามข้อบังคับระดับองค์กรสามารถผ่านมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดที่สุดของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพได้
- ภายในปี 2028 มีการคาดการณ์ว่าธุรกิจจะใช้งานเอเจนต์ AI มากถึง 1.3 พันล้านตัว เอเจนต์ทุกตัวจะต้องมีข้อมูลประจําตัว ขอบเขตสิทธิ์ และบันทึกการตรวจสอบบัญชี สิ่งที่ฉุดรั้งองค์กรไว้ไม่ใช่ความทะเยอทะยาน แต่เป็นความไว้วางใจ การต่อยอดจาก Azure ช่วยให้นวัตกรรมของคุณเติบโตบนรากฐานของระบบที่องค์กรไว้วางใจอยู่แล้ว ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงข้อได้เปรียบทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นข้อได้เปรียบเชิงพาณิชย์อีกด้วย นี่คือความแตกต่างระหว่างการขอให้ลูกค้าเสี่ยงดวงเอง กับการมอบความมั่นใจให้แก่ลูกค้าเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมและประสบความสำเร็จ
- นวัตกรรมจะไม่สร้างมูลค่า ตราบใดที่ยังอยู่ในขั้นตอนการประเมินผล สําหรับสตาร์ทอัพ ย่อมหมายถึงการเติบโตที่ถูกชะลอออกไป สำหรับองค์กรแล้ว นี่คือปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และเป็นแพลตฟอร์มที่ทำงานได้ต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ขาดความทะเยอทะยาน หากแต่กำลังขาดแคลนเวลา
ต่อยอดจาก Azure และโซลูชันของคุณจะพร้อมรองรับระดับองค์กรได้ทันที บนโครงสร้างพื้นฐานที่ลูกค้ามีอยู่เดิมและไว้วางใจอยู่แล้ว เมื่อการเริ่มนำไปใช้เป็นเรื่องง่ายขึ้น เทคโนโลยีของคุณจะเข้าถึงลูกค้าระดับองค์กรได้เร็วขึ้น และเนื่องจากสิ่งนี้เป็นการต่อยอดจากสิ่งที่มีการลงทุนไว้แล้ว โดยไม่ได้แยกทำงานอยู่อีกระบบหนึ่ง นวัตกรรมของคุณจึงไม่เพียงแต่แก้ไขปัญหาใหม่เท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนเดิมที่ได้ดำเนินการไว้แล้วอีกด้วย - ทุกการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแวดวงคอมพิวเตอร์ ย่อมนำมาซึ่งหมวดหมู่การรักษาความปลอดภัยที่ไม่เคยมีมาก่อน ระบบเครือข่ายมอบไฟร์วอลล์ให้แก่เรา ส่วนระบบคลาวด์มอบการบริหารจัดการเสถียรภาพ AI กำลังดำเนินการเช่นนั้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นหมวดหมู่ที่ยังอยู่ระหว่างการนิยาม องค์กรต่างๆ กำลังเปิดรับเทคโนโลยี AI รวดเร็วกว่าเครื่องมือที่จะเข้ามากำกับดูแล และช่องว่างนี้เองคือโอกาสทองสำหรับบริษัทด้านการรักษาความปลอดภัยยุคใหม่
ระยะใกล้เคียงมีความสำคัญ บน Azure ระบบควบคุมข้อมูลประจำตัว ตำแหน่งข้อมูล และข้อมูลที่องค์กรบังคับใช้ อยู่ภายในขอบเขตโครงสร้างพื้นฐานเดียวกับที่คุณใช้พัฒนา และระบบการประมวลผลที่เป็นความลับช่วยให้การวัดและส่งข้อมูลทางไกลที่คุณต้องการยังคงได้รับการเข้ารหัสลับ แม้ในขณะที่กำลังใช้เพื่อฝึกโมเดลอยู่ก็ตาม นั่นคือสิ่งที่แยกผลิตภัณฑ์ที่ทำได้เพียงแค่รายงานปัญหาออกจากผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ไขปัญหาได้ บริษัทที่บริหารจัดการสิ่งนี้ไม่ได้จัดอยู่ในหมวดหมู่ใด แต่เป็นผู้กำหนดนิยามสิ่งนี้ขึ้นมาเอง - สตาร์ทอัพด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์กำลังปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของโลก ผ่านการปรับใช้งานนวัตกรรมที่ครอบคลุมทั้งองค์กรระดับ Fortune 500, สถาบันการเงิน และหน่วยงานภาครัฐ Silverfort รักษาความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าระดับองค์กรกว่า 1,000 ราย รวมถึง Airbus, Ryanair, Rio Tinto และ UPS โดยวิเคราะห์การตรวจสอบสิทธิ์ 1 หมื่นล้านรายการต่อวัน และมีอัตราการรักษาฐานลูกค้าเดิมสูงถึง 94% Abnormal Security มียอด ARR ทะลุ USD$100 ล้านได้ภายในเวลาเพียง 4 ปี พร้อมให้บริการคุ้มครองความปลอดภัยแก่บริษัทระดับ Fortune 500 กว่า 12% ซึ่งรวมถึงองค์กรชั้นนำอย่าง Xerox, Maersk และ Mattel Cyera เติบโตขึ้นถึง 353% เมื่อเทียบปีต่อปีในกลุ่มลูกค้าระดับ Fortune 500 โดยคว้าลูกค้ารายใหญ่อย่าง AT&T, Paramount, Nordstrom, Peloton, Chipotle และ DocuSign มาร่วมทัพ สู่การสร้าง ARR มากกว่า USD$100 ล้าน และมูลค่าประเมินบริษัทเพิ่มสูงขึ้นถึง USD$6 พันล้าน Endor Labs โน้มน้าวให้ Atlassian เปลี่ยนจากผู้จัดจำหน่ายรายเดิม จากนั้นเซ็นสัญญากับ OpenAI, Robinhood, Cursor และ Dropbox โดย Robinhood รายงานว่าสามารถลดผลการตรวจพบด้านการรักษาความปลอดภัยที่ส่งไปยังนักพัฒนาลงได้ถึง 95% RegScale ประหยัดเวลาให้กับศูนย์ NIWC Pacific ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้มากกว่า 36 สัปดาห์ ในการพัฒนาระบบอัตโนมัติสำหรับการปฏิบัติตามข้อบังคับ Blink Ops มีรายได้เติบโตขึ้นมากกว่า 600% ในปี 2023 พร้อมทั้งเปลี่ยนลูกค้าระดับ Fortune 500 หลายรายจากการทดสอบนำร่องไปสู่การใช้งานจริง
- สถาบันการเงินจะประเมินสถานภาพการปฏิบัติตามข้อบังคับของคุณ ก่อนที่จะประเมินฟีเจอร์ เมื่อคุณสามารถแสดงให้เห็นถึงความพร้อมตามมาตรฐาน SOC 2 Type II, การควบคุมตามมาตรฐาน PCI DSS และถิ่นที่อยู่ของข้อมูลระดับภูมิภาคได้ตั้งแต่เริ่มต้น คุณจะสามารถลดความล่าช้าจากการสร้างระบบการปฏิบัติตามข้อบังคับไปได้หลายเดือน การต่อยอดจาก Azure ช่วยให้สอดคล้องกับข้อบังคับ PCI DSS, SOC 2, GDPR และกฎระเบียบทางการเงินในระดับภูมิภาคตั้งแต่วันแรก การเข้ารหัสลับในตัว ข้อมูลประจำตัว และการบันทึกข้อมูลการตรวจสอบอย่างครอบคลุม ช่วยสนับสนุนสถาปัตยกรรมที่สามารถปกป้องและพิสูจน์ความถูกต้องได้ พร้อมทั้งมอบความโปร่งใสตามที่องค์กรระดับสถาบันมองหา
- ในแวดวงบริการทางการเงิน ความเสี่ยงจากการรวมระบบถือเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจ ธนาคารต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่ระบบการชำระเงินจะหยุดทำงาน ความเสี่ยงจากการเกิดเวลาแฝงในการตรวจจับการหลอกลวง และความเสี่ยงที่เส้นทางการตรวจสอบข้อมูลจะขาดช่วง หากตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้บริการของผู้ให้บริการรายใหม่ นั่นคือเหตุผลว่าหนึ่งในสิ่งแรกๆ ที่สถาบันการเงินใช้เพื่อประเมินสตาร์ตอัพ คือประสิทธิภาพโซลูชันขององค์กรในการทำงานร่วมกัน คำถามเหล่านี้เป็นเรื่องเร่งด่วนและเฉพาะเจาะจง: ระบบนี้รองรับแพลตฟอร์มธนาคารหลักของเราหรือไม่ เราจะยังคงรักษาความเร็วในการทำธุรกรรมไว้ได้หรือไม่ และระบบจะเก็บบันทึกข้อมูลเพื่อการปฏิบัติตามข้อบังคับไว้หรือไม่ สตาร์ทอัพที่ต่อยอดจาก Azure สามารถเชื่อมต่อเข้ากับแพลตฟอร์มธนาคารหลัก เช่น Temenos, FIS และ Jack Henry รวมถึงเครือข่ายการชำระเงินอย่าง SWIFT, ACH และระบบเครือข่ายบัตร ตลอดจนระบบการตรวจจับการหลอกลวงได้ตั้งแต่วันแรก การรองรับการเข้ารหัสลับ การติดตามตรวจสอบรายการธุรกรรม การรวมระบบที่ขับเคลื่อนด้วย API และการบันทึกข้อมูลการตรวจสอบอย่างครอบคลุม ช่วยให้สถาบันการเงินสามารถปรับใช้โซลูชันภายในลำดับงานที่มีอยู่เดิมได้ โดยยังคงเป็นไปตามข้อบังคับของหน่วยงานกำกับดูแล โซลูชันต่างๆ สามารถเชื่อมต่อกับระบบการชำระเงินและระบบการชำระบัญชีได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพ การตรวจสอบ และโครงสร้างพื้นฐาน
- ระบบที่ทำงานตามกฎจะประมวลผลธุรกรรม ระบบที่ขับเคลื่อนโดย AI จะทำความเข้าใจสิ่งเหล่านี้ สถาบันการเงินกำลังปรับเปลี่ยนจากการใช้กฎแบบตายตัวไปสู่ระบบอัจฉริยะที่ยืดหยุ่น ที่สามารถตรวจจับการปลอมแปลงจากพฤติกรรม ประเมินความเสี่ยงทางสินเชื่อจากสัญญาณทางเลือก และเสนอคำแนะนำทางการเงินที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลโดยอิงตามรูปแบบพฤติกรรมเฉพาะตัวได้ ทว่าการพัฒนา AI ให้รองรับระดับภาคการเงินต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถฝึกโมเดลด้วยธุรกรรมนับพันล้านรายการ และปรับใช้โมเดลด้วยเวลาแฝงในระดับต่ำกว่าหนึ่งวินาที โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของ Azure ช่วยให้สตาร์ทอัพทางการเงินสามารถสร้างระบบอัจฉริยะครอบคลุมทุกสแตกผลิตภัณฑ์ โมเดลการตรวจจับการหลอกลวงสามารถช่วยระบุรูปแบบการปลอมแปลงตัวตนแบบสังเคราะห์ในระหว่างการเปิดบัญชี และช่วยแจ้งเตือนการเข้ายึดครองบัญชีก่อนที่จะมีการโอนเงินได้ โมเดลการประเมินสินเชื่อจะให้คะแนนผู้สมัครที่มีประวัติทางการเงินจำกัดในเวลาจริง ซึ่งช่วยสนับสนุนการตัดสินใจอนุมัติสินเชื่อได้แบบทันที ระบบแนะนำเฉพาะบุคคลจะแสดงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้จ่าย และแนะนำผลิตภัณฑ์โดยอ้างอิงจากประวัติการทำธุรกรรม โมเดลการประมวลผลเอกสารช่วยปรับการตรวจสอบ KYC ให้เป็นระบบอัตโนมัติ และลดระยะเวลาของกระบวนการที่เคยใช้เวลาหลายวัน ความสามารถเหล่านี้ทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานเดียวกัน โดยได้รับการฝึกจากชุดข้อมูลระดับรายการธุรกรรม และปรับใช้ด้วยเวลาแฝงต่ำตามที่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินต้องการ ซึ่งช่วยให้การตรวจจับก้าวทันภัยคุกคาม แทนที่จะทำได้เพียงบันทึกข้อมูลหลังเกิดความเสียหายแล้ว
- สถาบันการเงินกำลังเผชิญแรงกดดันในการปรับตัวสู่ความทันสมัย ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความการรักษาความปลอดภัยและการกำกับดูแลที่เข้มงวดที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก สตาร์ทอัพที่สร้างขึ้นด้วย Microsoft กำลังเติบโตขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการทั้งสองด้านของทั้งธนาคารระดับโลก กลุ่มธุรกิจฟินเทคที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม และบริษัทผู้ให้บริการด้านวิชาชีพ Laurel สามารถคว้า Ernst & Young, Grant Thornton และ Crowell & Moring เข้ามาเป็นลูกค้าได้ท่ามกลางบริษัทกฎหมาย บัญชี และที่ปรึกษาชั้นนำกว่า 100 แห่ง ส่งผลให้ ARR เติบโตขึ้น 300% และยอดการใช้งานเติบโต 500% ภายในเวลา 12 เดือน ก่อนจะปิดรอบการระดมทุน Series C ได้ถึง USD$100 ล้าน ในขณะเดียวกัน Endor Labs ได้เซ็นสัญญากับ Robinhood ซึ่งรายงานว่าสามารถลดจำนวนข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยที่ส่งไปยังนักพัฒนาลงได้ถึง 95% Wonderful ได้นำเอเจนต์ AI สำหรับการใช้งานจริงไปปรับใช้ที่ Banco Caja Social และ Bank Hapoalim แล้ว ที่ Banco Caja Social ตัวแทนเรียกเก็บเงินสามารถเพิ่มอัตราการเปลี่ยนสายที่ติดต่อได้เป็นการรับปากชำระหนี้จาก 45% เป็น 65% Ema Unlimited กำลังปรับลำดับงานในบริษัทฟินเทคระดับ Fortune 1000 รวมถึง TrueLayer และ Moneyview ให้เป็นระบบอัตโนมัติ โดยสามารถปรับการแก้ไขปัญหาตามตั๋วแจ้งเรื่องให้เป็นระบบอัตโนมัติได้สูงสุดถึง 80% Moderne คว้าลูกค้ารายใหญ่ที่เป็นธนาคารชั้นนำห้าแห่งในอเมริกาเหนือ พร้อมทั้งขยายฐานลูกค้าให้เติบโตขึ้นถึง 250% ในปี 2024 โดยปรับปรุงโค้ดเดิมหลายล้านบรรทัดที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้านการเงินให้ทันสมัย
- ร้านค้าปลีกผ่านหลายช่องทางขนาดใหญ่จะประเมินความน่าเชื่อถือของคุณในการจัดการการชําระเงิน ข้อมูลผู้ซื้อ และการดำเนินงานของร้านค้า เมื่อคุณสามารถพิสูจน์ได้ว่าระบบสอดคล้องกับมาตรฐาน PCI DSS ควบคู่ไปกับ SOC 2, ISO 27001 และพร้อมรองรับ GDPR ตั้งแต่เริ่มต้น การขยายผลจากการเปิดทดสอบในร้านค้านำร่องไปสู่ทุกสาขาจะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น การต่อยอดจาก Azure รองรับการเข้ารหัสลับในตัว ระบบควบคุมข้อมูลประจำตัว และการบันทึกข้อมูลการตรวจสอบ ซึ่งช่วยให้สภาพแวดล้อมของร้านค้าและธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีความปลอดภัยและสอดคล้องตามข้อกำหนด
- ทีมงานฝ่ายการดำเนินงานของร้านค้าจะประเมินเทคโนโลยีใหม่ด้วยเกณฑ์เดียว นั่นคือเทคโนโลยีนี้จะสามารถใช้งานได้จริงในร้านค้าทุกสาขา ทุกวัน ร่วมกับระบบเดิมที่มีอยู่แล้วได้หรือไม่ ระบบชำระเงินอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบวางแผนด้วย AI ต้องเชื่อมต่อเข้ากับ POS, คลังสินค้า และระบบบริหารจัดการบุคลากรได้อย่างมีเสถียรภาพครอบคลุมสาขานับพันแห่ง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทำรายการหรือลำดับงานของพนักงาน สตาร์ทอัพที่ต่อยอดจาก Azure สามารถรองรับการรับรองความถูกต้องผ่าน SSO และ SAML, การควบคุมการเข้าถึงตามบทบาท รวมถึงการรวมระบบ API เข้ากับ POS, สินค้าคงคลัง และระบบ ERP ได้ การปรับใช้งานแบบหลายภูมิภาคช่วยรองรับการดำเนินงานทั่วโลก ในขณะที่ SLA ด้านระยะเวลาการทำงานของระบบและความพร้อมสำหรับการประเมินความเสี่ยงของผู้ให้บริการ จะช่วยให้ทีม IT สามารถดำเนินกระบวนการประเมินผลต่อไปได้อย่างราบรื่น ซึ่งช่วยให้ผู้ค้าปลีกสามารถเชื่อมต่อประสบการณ์ใหม่เข้ากับการดำเนินการที่มีอยู่เดิมได้ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างรากฐานเทคโนโลยีขึ้นมาใหม่เพียงเพื่อรองรับการทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพ
- ร้านค้าปลีกผ่านหลายช่องทางขนาดใหญ่มีสภาวะที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม AI เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีปริมาณธุรกรรมมหาศาล ข้อมูลการดำเนินงานที่ครบถ้วน และเครือข่ายร้านค้าที่ซับซ้อน ซึ่งแม้แต่การเพิ่มประสิทธิภาพเพียงเล็กน้อย ก็สามารถส่งผลต่ออัตรากำไรและผลกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อ AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลัง แรงงาน และการกำหนดราคา ครอบคลุมตำแหน่งที่ตั้งหลายร้อยหรือหลายพันแห่งได้ ผลลัพธ์ที่ได้จะทวีคูณอย่างรวดเร็ว สตาร์ทอัพที่ต่อยอดจาก Azure และ Microsoft AI สามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลและระบบเดิมของร้านค้าปลีก เพื่อปลดล็อกมูลค่าเหล่านั้นได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น การรวมข้อมูล POS, สินค้าคงคลัง, อีคอมเมิร์ซ และเซนเซอร์เข้าด้วยกัน ช่วยให้สามารถฝึกโมเดลเพื่อปรับปรุงการคาดการณ์ความต้องการ สั่งซื้อสินค้าเพิ่มเติมโดยอัตโนมัติ และจัดลำดับความสำคัญของงานภายในร้านค้าได้ตามผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในเชิงปฏิบัติ สิ่งนี้หมายถึงการใช้ AI เข้ามาจัดการสินค้าหลักให้มีพร้อมจำหน่ายอยู่เสมอ ลดการเดินทำงานที่ไม่จำเป็นของพนักงาน กำหนดราคาและโปรโมชันได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น และลดระยะเวลาในขั้นตอนการชำระเงินให้สั้นลง ซึ่งทั้งหมดนี้จะยิ่งทรงประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อผนวกกับขอบเขตของการค้าปลีกผ่านหลายช่องทางสมัยใหม่
- ธุรกิจค้าปลีกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วกว่าที่เคย ตั้งแต่ร้านค้าอัตโนมัติไปจนถึงการวางแผนที่ขับเคลื่อนโดย AI และหุ่นยนต์ในพื้นที่ขาย สตาร์ทอัพที่สร้างขึ้นด้วย Microsoft กำลังช่วยผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดบางส่วนของโลกพลิกโฉมประสบการณ์ใช้งานของลูกค้าและการดำเนินงานในวงกว้าง Auger กำลังนำ AI แบบเอเจนต์มาใช้ในห่วงโซ่อุปทานกับ Meta Reality Labs, Fanatics และ Kimberly-Clark โดยในกรณีของ Fanatics นั้น การตัดสินใจในกระบวนการที่ Auger ดูแลกว่า 85% เป็นการดำเนินการแบบอัตโนมัติ AiFi ร่วมมือกับ Microsoft ใน Smart Store Analytics และนำเทคโนโลยีร้านค้าอัตโนมัติไปใช้งานกับผู้ค้าปลีกต่างๆ ได้แก่ Carrefour, Albert Heijn และ Żabka รวมถึงทีม Detroit Lions ที่ Ford Field ซึ่งเวลาเฉลี่ยต่อธุรกรรมลดลงถึง 50% และรายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้น 170% Toolio เข้าร่วมโปรแกรม Pegasus ของ Microsoft for Startups และได้รับการรับรองจาก Microsoft for Retail AI โดยให้บริการแบรนด์ต่างๆ รวมถึง Boll & Branch, MeUndies, Magnolia และ Rothy’s พร้อมนำเสนอการรวมระบบกับ Dynamics 365 และ Power BI Typeface ให้บริการลูกค้ามากมาย ซึ่งรวมถึง Microsoft, ASICS, Marks & Spencer และ Johnson Controls General Robotics กำลังขยายการใช้งาน AI ไปสู่การดำเนินงานทางกายภาพด้วย GRID โดยระบุว่าสามารถลดระยะเวลาการเริ่มต้นใช้งานหุ่นยนต์ตัวใหม่จากประมาณหนึ่งเดือนให้เหลือเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น
ต่อยอดจากระบบที่องค์กรเลือกใช้อยู่แล้ว
100+
60,000+
95%
90%
77,000
โปรแกรม PEGASUS
เติบโตไปให้ไกลกว่าเดิม
โปรแกรม Pegasus ของ Microsoft for Startups เป็นโปรแกรมแบบรับเชิญเท่านั้น ซึ่งช่วยให้สตาร์ทอัพที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสามารถเร่งการเข้าถึงลูกค้าระดับองค์กร ผ่านการแนะนำอย่างพิถีพิถันและการสนับสนุนด้านการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดอย่างใกล้ชิด
- การแนะนำอย่างพิถีพิถันช่วยเชื่อมโยงสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพเข้ากับเครือข่ายองค์กรระดับโลกของ Microsoft และสร้างโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าจริงได้เร็วขึ้น
- การสนับสนุนด้านการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดอย่างใกล้ชิดช่วยให้สตาร์ทอัพยกระดับความพร้อมสำหรับลูกค้าระดับองค์กร และนำเสนอโซลูชันได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเมื่อพูดคุยกับลูกค้า
- ด้วยการผสมผสานการเข้าถึงระดับองค์กรเข้ากับการสนับสนุนเชิงปฏิบัติ โปรแกรม Pegasus ช่วยให้สตาร์ทอัพสามารถเร่งการขยายฐานลูกค้าและขับเคลื่อนไปสู่การปรับใช้งานจริงในระบบการผลิตได้เร็วยิ่งขึ้น
เจาะลึกสตาร์ทอัพน่าสนใจ
วิธีการที่สตาร์ทอัพเติบโตและสร้างยอดขายด้วย Microsoft
"ความร่วมมือกับ Microsoft มีบทบาทสำคัญในการช่วยเตรียมทีมวิจัย Snorkel AI ให้พร้อมทดลองใช้เทคนิคและแนวทางใหม่ๆ ในฐานะหนึ่งในสตาร์ทอัพด้าน AI กลุ่มแรกๆ ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมโปรแกรม Pegasus ของ Microsoft for Startups นักวิจัยของเราได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงบริการ Azure AI ก่อนใคร และโครงสร้างพื้นฐาน Azure ประสิทธิภาพสูงที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะเพื่อรองรับเวิร์กโหลด AI ที่มีความต้องการสูง"
Alex Ratner ผู้ร่วมก่อตั้ง & CEO จาก Snorkel AI
"โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ระดับโลก การปฏิบัติตามข้อบังคับ และการเข้าถึงโมเดลของ Azure ช่วยให้เรานำไปปรับใช้งานได้ในตลาดกว่า 35 แห่ง พร้อมทำให้ทีมของเรามุ่งเน้นไปยังการนำ AI ระดับองค์กรไปใช้งานจริงได้อย่างรวดเร็วสำหรับองค์กรที่ขับเคลื่อนโลก"
Roey Lalazar ผู้ร่วมก่อตั้ง & CTO จาก Wonderful
"ในมุมมองของผู้ก่อตั้ง การทำงานร่วมกับ Microsoft เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ล้วนส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อรายได้สุทธิ เครดิต Azure เป็นงบประมาณสนับสนุนที่คุ้มค่า สำหรับการสร้างและพัฒนาชิ้นงานต้นแบบ การเข้าถึงโมเดล AI และรูปแบบการใช้ AI ที่ล้ำสมัยก่อนใครถือเป็นสิ่งสำคัญ และเราวางใจให้ Microsoft ช่วยเหลือเรา"
Travis Howerton ผู้ร่วมก่อตั้ง & CEO จาก RegScale
"Microsoft มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเร่งนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดของเรา เราขยายขั้นตอนการขายได้ถึง 20% และลดรอบการขายให้สั้นลง โดยเชื่อมต่อกับบัญชีลูกค้าองค์กรพร้อมนำเสนอคุณค่าของเราผ่านโปรแกรมร่วมขาย Pegasus Microsoft ช่วยให้เราเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อที่เหมาะสมได้เร็วขึ้น และเพิ่มยอดลูกค้าได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น"
David Tepper ผู้ร่วมก่อตั้ง & CEO จาก Pay-i
"ตลาดและระบบนิเวศของ Microsoft ช่วยให้เรามุ่งเน้นคุณค่าระดับองค์กร ได้แก่ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในการใช้งาน"
Wendy Chen ผู้ก่อตั้ง Omnistream
"ความร่วมมือกับผู้ให้บริการรายใหญ่และองค์กรที่ใช้บริการเหล่านั้นถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ความร่วมมือของเรากับ Microsoft ช่วยให้เรารับทราบถึงแนวทางการร่วมมือเพื่อนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดที่มีความพร้อม"
Steven Aberle ผู้ก่อตั้ง Rohirrim
เริ่มต้นใช้งาน
เติบโตและสร้างยอดขายด้วย Microsoft for Startups
เข้าร่วมโปรแกรม Microsoft for Startups เพื่อเข้าถึงเครดิตสำหรับสตาร์ทอัพ, เครื่องมือ AI และการสนับสนุนด้านการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาด ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถขยายธุรกิจ เข้าถึงลูกค้าระดับองค์กร และเร่งการเติบโตในขั้นถัดไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ติดตาม Microsoft for Startups